อึดอัดแต่ผ่านมาได้

การขึ้นมาอยู่ที่สองในลีกก่อนสิ้นปี 2020 ถือเป็นพัฒนาการและการเดินหน้าที่ยอดเยี่ยมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุค โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

ใครจะไปคาดคิดว่าทีมที่ชนะเพียงแค่ 2 นัดจากการลงสนามบนเวทีพรีเมียร์ลีก 6 เกมแรกจะสามารถดีดตัวให้ขึ้นมาไล่หลังจ่าฝูงชนิดหายใจรดต้นคอ

ย้อนกลับไปช่วงต้นฤดูกาล บรรยากาศใน โอลด์ แทรฟฟอร์ด ไม่สู้ดีนัก ไม่ต่างจากแฟนบอลทั่วโลกที่กระสับกระส่ายถึงขั้นออกมาไล่ โซลชา (อีกครั้ง)

เข้าใจอารมณ์ในตอนนั้นของบรรดาสาวกปิศาจแดง เพราะผลการแข่งขันที่ว่าแย่แล้ว ผลงานของบรรดานักเตะก็เล่นไม่เอาอ่าวดูไม่มีอนาคต แต่จุดเปลี่ยนสำคัญมาเกิดขึ้นในเกมที่ผีแดงออกไปคว้า 3 แต้มที่ กูดิสัน พาร์ค

หลังจากชัยชนะเหนือ เอฟเวอร์ตัน เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โซลชาและลูกทีมเดินหน้าสร้างผลงานยอดเยี่ยมชนะรวม 7 จาก 9 นัด ซึ่งที่เหลือคือผลเสมอกับสองทีมแกร่งอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เลสเตอร์ ซิตี้

แม้ปัจจัยสำคัญจะมาจากเกมนอกรังที่ทำได้ยอดเยี่ยม แต่ต้องไม่ลืมยกความดีความชอบให้กับกุนซือและนักเตะที่สามารถลบคำสบประมาทออกไป

SAGAME66

อย่างไรก็ตาม นี่เหมือนจะเป็นเพียงแค่การเริ่มต้นและออกตัวของฤดูกาล 2020/21 เพราะเกมลงสนามของ SAGAME66 เพิ่งผ่านไป 15 นัดเท่านั้น ซึ่งบรรดาแข้งหลักของทีมต่างทราบดีว่ายังคงมีงานหนักรอพวกเขาอยู่หลังจากนี้

กระนั้นหากดูจากความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเล่นที่ค่อยๆ เข้าที่เข้าทาง (บางเกมอาจจะยังน่าผิดหวัง) และที่สำคัญที่สุดคือการได้ผลการแข่งขันตามที่พวกเขาต้องการ คือสิ่งที่ช่วยผลักดันให้ทีมมานั่งรองจ่าฝูง

การคว้าชัยในวันที่เล่นไม่ดีหรือเจอเกมที่อึดอัดคือสิ่งที่ห่างหายไปจาก ปิศาจแดง อยู่นานพอสมควร ย้อนกลับไปในสมัยที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยังคงทำหน้าที่เป็นกุนซือใหญ่ ทีมของเขาสามารถคว้าสามแต้มในเกมที่เล่นไม่ดี เอาชนะในช่วงโอกาสหรือจังหวะสุดท้ายอยู่บ่อยครั้ง

นั่นจึงทำให้ชัยชนะเหนือ วูล์ฟแฮมป์ตัน นัดที่ผ่านมาเป็นมากกว่าการคว้า 3 คะแนนที่สำคัญ เพราะมันยังมีส่วนในการเพิ่มความมั่นใจให้กับทีม นอกจากนั้นบรรยากาศภายในทีมที่กำลังอิ่มเอมใจก็ยิ้งทวีคูณมากกว่าเดิม

ติดตามข่าวสารได้ที่ funalliance.com